ทำไม รถรับจ้าง ต้องเช็คระยะ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กิโลเมตร

ทำไม รถรับจ้าง ต้องเช็คระยะ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กิโลเมตร

ทำไม รถรับจ้าง ต้องเช็คระยะ หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กิโลเมตร การใช้รถยนต์ในการเดินทางในชีวิตประจำวันของเราทุกวันนี้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จำเป็นต้องมี เพราะช่วยให้การเดินทางไปไหนมาไหน สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเกือบทุกบ้าน ทุกครอบครัว ต่างก็มียานพาหนะอย่างรถยนต์คันเล็กคันใหญ่ ติดบ้านเอาไว้ใช้กันทุกบ้าน การใช้รถยนต์ที่ดีและถูกต้องนั้น

ผู้ใช้รถควรศึกษารายละเอียดต่างๆจากคู่มือรถของเราให้ดี เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลเครื่องยนต์ ตรวจเช็คลมยางหรือ ค่าต่างๆที่เกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหา หรือ อาการเสียต่างๆขึ้นมาได้ในภายหลัง หากเราละเลย ไม่ใส่ใจเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์และเครื่องยนต์ของเราให้ดี อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่บานปลายจากการซ่อมแซมได้ ดังนั้น การตรวจเช็คความเรียบร้อยของรถยนต์อยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ควรทำ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่ก็ยังไม่แพงเท่่ากับค่าซ่อมแซม เมื่อเครื่องยนต์ของเราพัง

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง?

ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้น เราสามารถตรวจเช็คได้จากระยะทางการวิ่ง หรืออาจสังเกตที่ไฟเตือนที่แผงหน้าปัดรถ ที่มีสัญลักษณ์ของ Oil service ขึ้นโชว์อยู่

ส่วนมากแล้วการระยะเวลาในการตรวจเช็คและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้น อาจอยู่ที่ประมาณ 8,000-10,000 กิโลเมตร หรือ ตลอดทุกๆ 6 เดือน แต่ในสมัยนี้นั้น ทางช่างเครื่องมักจะแนะนำให้เจ้าของรถทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้เร็วขึ้น เพื่อความชัวร์ว่าเครื่องยนต์ที่เราจะไม่สึกหรอเร็วเกินไป ถือเป็นอีกข้อแนะนำที่อยู่ในคู่มือการใช้รถหลายๆรุ่น สำหรับรถบางรุ่นก็อาจกำหนดให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 1 ปี เป็นอย่างน้อย แต่ความจริงแล้ว ล่าสุด ได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ ออกมาเผยว่า ระยะเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจเช็คและเปลี่ยนนำ้มันเครื่องนั้น เราสามารถเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 5,000 กม. (หรือประมาณ 3 เดือน/ครั้ง) จะทำให้เครื่องยนต์ของรถเราอยู่ในสภาพสมบูรณ์และใหม่เอี่ยมอยู่เสมอ แถมัยงสามารถช่วยประหยัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย น้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพ ไม่เก่า จะดูแลเครื่องยนต์ ช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับรถสุดที่รักได้อีกด้วย

ทั้งนี้ การเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพดี เกรดสูง ก็จะช่วยยืดอายุพร้อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของเราให้เหมือนใหม่ได้ตลอด ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หากไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา หรือระยะทางที่กำหนด น้ำมันเครื่องเก่าที่อยู่ในระบบ ซึ่งน้ำมันเครื่องเก่า ได้เสียคุณสมบัติในการหล่อลื่นไปแล้ว จะสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ โดยจะทำให้เครื่องยนต์สกปกรก ไส้กรองตัน น้ำมันหล่อลื่นไม่สะดวกทำให้เครื่องสึกหรอได้ และทำให้รถเราเสื่อมสภาพไวกว่าปกติ หรือ เสียบ่อย การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องในช่วงเวลาที่เหมาะสมนั้น จะช่วยทำให้อายุการใช้งานของรถ สามารถอยู่กับเราได้นานขึ้น ทั้งนี้ หากคิดว่าการเข้าอู่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตลอดทุก 3 เดือนนั้นบ่อยเกินไป หรือมีเวลาน้อย เราก็อาจเลือกใช้น้ำมันเครื่องประเภทสังเคราะห์ หรือ (Synthetic Oil ) ซึ่งจะมีอายุงานที่ยาวนานยิ่งกว่าน้ำมันเครื่องทั่วไป และแน่นอนว่าราคาก็ย่อมสูงกว่า (มาก)

ความสำคัญและหน้าที่ของ น้ำมันเครื่อง

1. หน้าที่หลักของน้ำมันนั้น จะมีหน้าที่ในการหล่อลื่นและเคลือบชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ที่เป็นโลหะ ซึ่งทำโดยการเคลือบหน้าผิวโลหะ ลดการสัมผัสกันของชิ้นส่วนภายใน เพื่อลดความสึกหรอที่อาจจะเกิดขึ้น

2. ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์ จากการที่ ภายในของเครื่องยนต์จะมีการเผาไหม้ ทำให้เกิดเขม่าและผงโลหะต่างๆที่ติดค้างอยู่ภายใน มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดการอุดตันเครื่องยนต์ได้

3.ป้องกันสนิม อย่างที่ทราบว่า ระบบของเครื่องยนต์นั้นจะมีการเผาไหม้เชื้อเพลิง โดยกระบวนการดังกล่าวจะทำให้เกิดความชื้น และไอน้ำ ขึ้นภายในที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสนิม และการเผาไหม้ดังกล่าวยังทำให้เกิด กรดกำมะถัน ที่อาจจะกัดกร่อนเครื่องยนต์ได้ ดังนั้น การใช้น้ำมันเครื่องที่ดีมีคุณภาพ จะช่วยเจือจางทั้งไอน้ำและกรดกำมะถันนี้ ลดโอกาสที่ทำให้เกิดความเสียหายสึกกร่อนในระบบเครื่องได้

รถไม่ค่อยได้ใช้ ต้องถ่ายน้ำมันเครื่องไหม?

สำหรับรถยนต์ของบางท่าน ที่อาจไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อย หรือเป็นรถที่มักต้องจอดเอาไว้เฉยๆเป็นเวลานาน เราก็ยังคงต้องหมั่นดูแล และรักษาสภาพเครื่องยนต์ภายในให้ดีอยู่เสมอ ด้วยการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตลอดทุก 6 เดือน แม้ว่ารถจะไม่ได้วิ่งเลยก็ตาม เพราะภายในเครื่องยนต์ มักจะมีคราบเขม่าต่างๆ และความชื้นที่เกิดจากการเผาไหม้ค้างอยู่ ความชื้นดังกล่าวอาจทำปฏิกิริยากับชิ้นส่วนโลหะต่างๆภายใน แม้ว่าไม่ได้ใช้รถเลย แต่ก็ไม่ควรละเลยการดูแลรักษาสภาพรถของเราให้อยู่ในสภาพที่ดีเสมอ เพื่อป้องกันความเสื่อมสภาพของเครื่องยนต์นั่นเอง

สำหรับการใช้รถใช้ถนนนั้น เราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันในการขับขี่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม บนท้องถนนของเรา เราจึงควรหมั่นตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และพร้อมเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพอากาศแบบใด ก็ต้องพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น การขับรถในขณะที่มีฝนตกลงมากอย่างหนัก, การเบรคกระทันหัน รวมทั้งเรื่องของสัญญาณไฟต่างๆ ก็ต้องรู้จักเปิดใช้ในยามที่จำเป็นต้องเปิด เพื่อส่งสัญญาณให้กับเพื่อนร่วมท้องถนน

ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนต้องมีความรู้พื้นฐานในการตรวจสภาพรถ ให้ปลอดภัยอยู่เสมอ การตรวจสอบสภาพรถยนต์พื้นฐานที่เราควรรู้ไว้ เช่น การตรวจลมยางและยาง
อะไหล่ ซึ่งเราสามารถศึกษาได้จากคู่มือของรถยนต์ ควรปรับแต่งให้ถูกต้องตามอัตราที่ตั้งไว้ หมั่นเช็คลมยางในทุกๆเดือน ส่วนการตรวจวัดระดับของ น้ำมันเครื่อง รวมทั้งระดับของเหลวต่างๆ ในรถยนต์อย่าง น้ำมันเกียร์ น้ำกลั่น น้ำมันเบรค ฯลฯ ก็ควรทำการเช็คเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง อย่างไรก็ดี การสอบถามเจ้าหน้าที่ตามศูนย์บริการ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของระบบเครื่องยนต์รถ ก็เป็นสิ่งที่ดีและสะดวก ทำให้เราสามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องได้ถูกชนิด ถูกประเภท และถูกเวลาอีกด้วย

Category : news